การต่อสู้ของศึกเรือดำน้ำที่ยังมีผลร้ายมาจนกระทั่งทุกๆวันนี้

แม้ว่าจะเป็นยุทธกองทัพเรือที่โบราณถึงกับขนาดเป็นคู่ไฟท์คู่แรกที่เคยมีเกิดขึ้นในโลก ระหว่างการต่อสู้กันของเรือดำน้ำ

แต่ถ้าว่าผลหลงเหลือของการต่อสู้ยังคงพร้อมจะเปลี่ยนเป็นภัยร้ายทำล้ายโลกได้อยู่จนกระทั่งวันนี้
ซึ่งเมื่อกว่าหกสิบปีที่ผ่านมา ที่รอบๆทะเลนอกริมฝั่ง ประเทศนอร์เวย์ ได้มีการรบของเรือดำน้ำ HMS Venturer ของกองกองทัพราชกองทัพเรืออังกฤษ ได้ปล่อยตอร์ปิโดเข้าใส่ เรือดำน้ำ U-boat U-864 ที่มีขนาดใหญ่ถึง 2,400 ตัน ของข้างเยอรมัน กระทั่งเรือถูกฉีกออกเป็นสองส่วนนั้น ปรากฏว่าถังใส่สารเคมีที่ส่วนประกอบของปรอทพิษกว่า1,800 ถังได้ดำตรงจมสู่ก้นมหาสมุทรที่ความลึกใต้ผิวน้ำกว่า 500 ฟุต หากแม้การสู้รบจะจบลงล่วงเลยไปนานแล้ว แต่ว่าถังสารเคมีพวกนั้นยังคงจำเป็นต้องพบกับสภาพการณ์น้ำทะเลกัดเซาะ บ่มเพาะสนิมรวมทั้งกำเนิดรอยรั่ว นำมาซึ่งการทำให้สารปรอทพิษไหลซึมสู่ทะเลบ่อยมา
ซึ่งจากการคอยติดตามผลวัดในแต่ละปีพบว่า จำนวนการรั่วไหลต่อปีนั้นทำให้มีน้ำสมุทรแปดเปื้อนมากถึง 4กิโลต่อปี แล้วก็ยังแผ่กระจายได้ในขอบเขตถึงสามหมื่น ตารางเมตรอย่างยิ่งจริงๆ รวมทั้งมันได้โอกาสที่จะทวีการรั่วได้ในอัตราที่ร้ายแรงกว่านี้ ซึ่งเมื่อเทียบกับขนาดน้ำหนักของเรือดำน้ำแล้ว มันจะยังคงรั่วไหลไปอย่างช้านานถัดไป น้ำทะเลจะเปลี่ยนเป็นพิษโดยตลอด โดยช่วงนี้มันได้สร้างผลพวงไปถึง ราษฎรในหมู่เกาะ Fedje ซึ่งนอกเหนือจากมันจะแปลงเป็นพิษรังแกระบบนิเวศทำลายระบบพืชและก็เหล่าสิ่งมีชีวิตฝูงปลาต่างๆแล้ว พิษของมันยังซึมไปสู่ร่างกายของมนุษย์ที่สัมผัสกับน้ำหรือบริโภคอาหารทะเลอีกด้วย
ถึงขั้นพื้นที่การจะต้องออกมาห้ามทำประมงในพื้นที่ระยะกว่า2ไมล์ และก็โทษที่น่าสะพรึงกลัวไปนอกจากนั้น ซึ่งจะกระทบขยายไปยังทั้งโลกได้เพิ่มขึ้นมันก็คือ จะมั่นใจได้ยังไงว่าจะไม่มีผู้ฝืนกฏแอบลักลอบทำประมง แล้วก็กำเนิดแนวทางการส่งต่อของกินไปยังประเทศอื่นๆที่สามัญชนจึงควรมีความเสี่ยงต่อการบริโภคพิษที่มีความอันตรายสูงอย่างสารปรอท
ซึ่งในช่วงเวลานี้ทางการได้จ้างบริษัท Van Oord ซึ่งเป็นบริษัทจากเนเธอร์แลนด์ ให้เข้ามาขจัดปัญหานี้แล้ว โดยมาตรการที่จะใช้มันก็คือใช้การกลบฝังเศษซากของเรือดำน้ำนี้ ที่มีการแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆแยกย้ายไปตามสายน้ำ ห่างกันแต่ละจุดที่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ฝังกลบกว้างถึง 11เอเคอร์ ซึ่งการฝังนั้นจะมีการระบุเขตแดนแล้วก็จำกัดกรอบด้วยฝาผนังกัน
แล้วใช้สิ่งของฝังกลบที่ประกอบไปด้วย หินรวมทั้งเศษปูนผสมกับทราย ที่ใช้จำนวนมากถึง หนึ่งแสนตัน แล้วก็คาดหมายกันว่าความสูงของการถมกลบนั้นจะมีความสูงอยู่ที่ประมาณ7เมตรขึ้นไปซึ่งจะมีผลต่อความตื้นของน้ำทะเลในรอบๆนั้น โดยจะใช้ช่วงเวลาเสร็จข้างใน 1ปีครึ่งและก็ใช้งบประมาณอยู่ที่25 ล้านปอนด์
แต่วิธีการแบบนี้ไม่ถือเป็นการแก้ปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จ แต่ว่าเป็นวิธีการจัดการอย่างเร่งด่วนลดปัญหาที่จะทวีคูนขึ้นเฉพาะหน้าแค่นั้น ซึ่งบางครั้งก็อาจจะจำต้องติดตามผลอย่างใกล้ชิดกันต่อ ว่าการแก้ปัญหาโดยแนวทางฝังกลบซนๆอย่างงี้มันบางทีก็อาจจะนำมาซึ่งการก่อให้เกิดปัญหาข้างๆใหม่ๆอีกหรือเปล่า
รวมทั้งการฝังกลบนี้ แม้ยังคงมีการรั่วไหลของสารปรอทอยู่อีก บางครั้งก็อาจจะยิ่งนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาที่ยิ่งเพิ่มความยากกว่าเดิมหลายเท่า เพราะบางทีอาจจำเป็นต้องขุดขึ้นมาจัดแจงอีก ดังนี้ย่อมเป็นที่ไม่สบายใจอยู่แล้วสำหรับเพื่อการรับทราบเสมอว่ามีปรอทพิษหนักถึง65ตัน อยู่ใต้การฝังกลบนั้น โดยยิ่งไปกว่านั้นมันสามารถอยู่อย่างช้านานหลายเลวทรามรุ่นคน
ดังนี้เหตผลที่การไม่เลือกใช้ขั้นตอนการเก็บกู้มันก็คือ การเปลี่ยนที่ซากเรือดำน้ำอาจจะส่งผลให้ เศษซากที่มีความสึกหรออยู่แล้วนั้นกำเนิดแตกล้นสารปรอทกระจัดกระจายอย่างยิ่งขึ้นก็ได้ ทั้งยังการนำปรอทพิษจำนวนสูงหลายตันขึ้นมาบนบกนั้นบางทีอาจจะนำมาซึ่งการก่อให้เกิดสารพันอุปสรรคต่อการจัดแจงแล้วก็การต่อกรเกิดเหต ในที่สุดพวกเราบางทีอาจจำต้องคอยในสมัยที่โลกมีเทคโนโลยีล้ำหน้ามากยิ่งกว่านี้ในงานด้านการเก็บกู้